Home ข้อคิด ต้นเหตุของ ”ความอิจฉา” นั่นเป็นเพราะคุณสมบัติของ “ผู้ไม่มี”

ต้นเหตุของ ”ความอิจฉา” นั่นเป็นเพราะคุณสมบัติของ “ผู้ไม่มี”

2 second read
0
0
202

ต้นเหตุของ ”ความอิจฉา” นั่นเป็นเพราะคุณสมบัติของ “ผู้ไม่มี”

เหมือนแรงดันร้อนๆ ในอก

ร้อนจนอกจะ ร ะ เ บิ ด

หรือร้อนแค่ คั บ อ ก คับใจ

หรือเย็นสนิทไม่อึดอัดอกเลย

ล้วนมีเหตุปัจจัย ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

เหตุที่ ริ ษ ย า แล้วออกอาการโป้งป้างอย่างน่าเกลียด

เพราะไม่พอใจในตนเองอย่างแรง

อยากได้แล้วไม่มีใครให้

แ ค้ น โลก แ ค้ น ชะตา แ ค้ น คนที่เหนือกว่า

เก็บกดจนถูก โ ท ส ะ ครอบงำ

ตาร้อนแล้วไม่อยากอดกลั้น

แถมอาจเจอเพื่อนร่วมแนว

มีพรรคพวกคอยให้ท้าย

ยุยงส่งเสริมให้เห็นเป็นความชอบธรรม

ที่จะตอบโต้กับความเหลื่อมล้ำด้วยความเผ็ดร้อน

ถ้ามีดีกว่ากูตำหูตำตา

ต้องเจอกันแบบตาต่อตา ฟั-นต่อฟั-น

คนมีแนวโน้มแบบนี้ ยิ่งหมายสูงเท่าไร

นานไปยิ่งออกอาการอยาก

‘ ก ร ะ ช า ก มงกุฎ’,

‘เจาะยาง’,หรือ ‘ชิงบัลลังก์’

แบบไม่ปรานีปราศรัยหนักหน่วงขึ้นเท่านั้น

และสมัยนี้ก็ติดนิสัยตั้งกระทู้ด่.าในโซเชียล

มีคนจำนวนหนึ่งเปิดฉากด่.ากันแรงๆ

แบบไม่เกรงใจกันซึ่งๆหน้า

ทั้งที่ไม่เคยเป็นศั.ตรูกันมาก่อนเลย

.

เหตุที่ ริ ษ ย า แล้วเก็บอาการอยู่

เพราะมีความพอใจในตนเองอยู่บ้าง

จึงไม่อยาก ทำ ล า ย ความน่าภูมิใจในตน

ด้วยการแสดงออกให้ใครรู้ใครเห็น

หรือกระทั่งยอมรับกับตนเองว่า

ต่ำต้อยจนต้องไปอิจฉาใคร

หรือต้องออกแรงเอื้อมไปให้ถึงเขา

แต่อย่างไรก็ตาม

คืบก็ทะเล ศอกก็ทะเล

ถ้าไม่ตัดสินใจในทันทีว่า

จะเก็บความ ริ ษ ย า ไว้

ด้วยการ ล อ บ ชำเลืองเขาไปเรื่อยๆอย่างนี้

หรือจะหาทางล้างความ ริ ษ ย า ด้วยความพอใจในตนเอง

ในที่สุดความ ริ ษ ย า ก็บ่มตัวได้ที่ และมีสิทธิ์แปรรูป

เป็นการจ้องหาจังหวะประทุษร้.ายแบบตาไม่กะพริบ

เพราะอารมณ์ ริ ษ ย า ยิ่งบ่มตัวนานขึ้นเท่าไร

อาการแอบคิดไม่ดียิ่งกล้าแข็งขึ้นเท่านั้น

พูดง่ายๆว่า ” ริ ษ ย า เ งี ย บ ”

อาจน่ากลัวกว่า ริ ษ ย า แบบโป้งป้างโครมครามเสียอีก

เหตุที่ ริ ษ ย า ใครไม่เป็นเพราะพอใจในตัวเองอยู่แล้ว

ไม่ได้อยากเป็นอะไรมากกว่าที่เป็นอยู่

เห็นความแตกต่างเป็นเรื่องลวงตา

ไม่ใช่สิ่งล่อใจพอจะแล่นตามใคร

ขี้เกียจไล่ล่าเอาความเป็นเขามาเป็นเรา

หรืออีกทีก็เข้าใจ เข้าถึงอย่างถ่องแท้ว่า

สั-ตว์โลกจำแนกโดย ก ร ร ม

มนุษย์ทั้งหลายแตกต่างกันโดย ก ร ร ม

ใครทำ ก ร ร ม อย่างไรก็ได้อย่างนั้น

ถ้าอิจฉาใคร ก็คืออิจฉา ก ร ร ม ของเขา

ซึ่งบางอย่างเป็น ก ร  ร ม เก่า

บางอย่างก็เป็น ก ร ร ม ใหม่

อยากได้บางอย่างแบบเขา เช่น ทรัพย์สิน

พยายามทำชาตินี้อาจได้ผลชาตินี้

แต่อยากได้บางอย่างแบบเขา เช่น พ่อแม่

ต้องทำชาตินี้แล้วรอผลชาติหน้าท่าเดียว

.

วิธีที่จะลดระดับความ ริ ษ ย า ได้จริง

คือ แปรแรงดันร้-อนๆในอกให้กลายเป็นไฟทะยาน

อยากมีดีเฉพาะตน

ไม่ใช่ไล่ล่าอะไรดีๆให้เหมือนคนอื่น

และยิ่งไม่ใช่ ทำ ล า ย อะไรดีๆในตัวผู้อื่น

ให้ต้องรู้สึกว่าตนมี เ ขี้ ย ว ไว้ลอบกัด

ไม่เกินสิบปี..ส่วนใหญ่เจอทางเอาดีเฉพาะตนกันได้

หรือง่ายกว่านั้น ออกแรงน้อยกว่านั้น

วันเดียวมีสิทธิ์เห็นผล สามวันมีสิทธิ์คืบหน้า

คือ ไม่ต้องแปรอะไรในอกให้เป็นอื่น

แต่ให้รู้จนกว่าจะชัดกับใจว่า

แรงดันร้อนๆในอก ความร้อนผ่าวๆในตา

มันมีอายุได้กี่ลมหายใจ

ชนิดที่เบา แค่เคืองตา แค่กรุ่นอกกรุ่นใจ

นับได้สองสามลมหายใจก็เลือนหาย

ส่วนชนิดที่แรง แ.ทงตา ทะลั.กอก

นับไม่เกินสิบลมหายใจ

ก็บางเบาบรรเทาลงเหมือนกัน

เห็นอารมณ์ ริ ษ ย า มันเลือนหายได้บ่อยๆ

รู้สึกถึงความไม่เที่ยง ไร้แก่นสารได้ทุกครั้ง

ในที่สุดครั้งที่ร้อย ครั้งที่พัน

จะแปรเป็นอารมณ์อยากขอบคุณ

ที่ใครบางคนช่วยให้ฝึกรู้จักธรรมะขั้นสูงได้

อารมณ์อยากขอบคุณนั่นแหละ

ที่ช่วยให้เต็มใจ พลอยยินดี

ไปกับสิ่งที่เขามี สิ่งที่เขาเป็นจริงๆ ไม่ได้แกล้ง

ขอขอบคุณ : วิถีแห่งความรู้แจ้ง
Load More Related Articles
Load More By beaminess
Load More In ข้อคิด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Check Also

คำว่า “ไว้ใจ” ไม่ใช่เรื่องตลก หากมัน ท ล า ย ลงแล้ว ต่อให้สร้างใหม่ ก็ไม่เหมือนเดิม

คำว่า “ไว้ใจ” ไม่ใช่เรื่องตลก หากมัน ท ล า ย ลงแล้ว ต่อให้สร้างใหม่ ก็ไม่เหมือ…