Home ข้อคิด โลกเรานั้นถูกแบ่งเป็น “สามฤดู” ส่วนคนเรานั้นก็มีแค่ “สามรูปแบบ”

โลกเรานั้นถูกแบ่งเป็น “สามฤดู” ส่วนคนเรานั้นก็มีแค่ “สามรูปแบบ”

3 second read
0
0
89

โลกเรานั้นถูกแบ่งเป็น “สามฤดู” ส่วนคนเรานั้นก็มีแค่ “สามรูปแบบ”

“คนสามฤดู”

มีอยู่วันหนึ่ง ลูกศิษย์คนหนึ่งของขงจื้อกำลังกวาดพื้นอยู่หน้าสำนัก

มีคนแปลกหน้าผ่านมา แล้วถามเขาว่า

“เจ้าพำนักอยู่สำนักขงจื้อหรือ”

“ใช่ครับ ผมเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ขงจื้อครับ” เขาตอบอย่างภาคภูมิใจ

“ดีมาก ถ้าเช่นนั้นผมขอถามคำถามคุณสักข้อ”

“ได้เลยครับ เรียนเชิญ” ลูกศิษย์ตอบ

ในใจเขาคิดว่าคงเป็นพวกปัญหาแปลกประหลาดพิสดารไม่เหมือนใคร

คนแปลกหน้าถามว่า “โลกนี้ปีหนึ่งมีกี่ฤดู”

ลูกศิษย์คิดในใจว่า คำถามง่ายๆแบบนี้ยังเอามาถามได้

จึงตอบไปอย่างมั่นใจว่า “ปีหนึ่งมีสี่ฤดู”

คนแปลกหน้าสั่นหัว “ไม่ถูก ปีหนึ่งมีแค่สามฤดู”

“คุณคงเข้าใจผิด สี่ฤดูแน่นอนอยู่แล้ว”

“สามฤดู” คนแปลกหน้าเถียงอย่างมีน้ำโห

ฝ่ายลูกศิษย์พยายามแจกแจงรายละเอียดของทั้งสี่ฤดูให้ฟังอย่างครบถ้วน

แต่คนแปลกหน้าก็ไม่ยอมรับรู้

ทั้งสองโต้เถียงกันไม่ยอมจบ เลยตกลงกันว่าต้องมีเดิมพันกันหน่อย

หากเป็นสี่ฤดู คนแปลกหน้าต้องโค้งคำนับฝ่ายลูกศิษย์ไปสามครั้ง

แต่หากคำตอบคือสามฤดู ฝ่ายลูกศิษย์ต้องเป็นฝ่ายโค้งคำนับ

ก็พอดีเป็นจังหวะที่ขงจื้อเดินออกมาหน้าสำนักตน

ลูกศิษย์จึงถือโอกาสเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้อาจารย์ฟัง

พร้อมถามคำถามที่กำลังโต้เถียงกันอยู่ “ตกลงปีหนึ่งมีกี่ฤดูครับ อาจารย์”

ขงจื้อใช้สายตามองคนแปลกหน้าอยู่ครู่หนึ่ง

ก่อนที่จะตอบเขาว่า “ถ้าเจ้าจะเชื่อว่าปีหนึ่งมีสามฤดู มันก็ไม่ผิด”

ลูกศิษย์ทั้งตกใจและแปลกใจในคำตอบ แต่ก็ไม่กล้าโต้แย้งอาจารย์

คนแปลกหน้าดีใจอย่างมาก “มาโค้งคำนับข้าเร็ว”

ลูกศิษย์จำใจต้องทำตามสัญญา ด้วยการโค้งคำนับคนแปลกหน้าไปสามครั้ง

เมื่อคนแปลกหน้าจากไปแล้ว ลูกศิษย์จึงถามขงจื้อด้วยความสงสัยว่า

“อาจารย์ครับ ปีหนึ่งมีสี่ฤดูชัดๆ แต่ทำไมอาจารย์จึงบอกว่ามีแค่สามฤดู”

ขงจื้อมองหน้าลูกศิษย์ ก่อนจะตอบอย่างใจเย็นว่า

“เจ้าไม่เห็นหรือว่า คนแปลกหน้าคนนั้นนุ่งเขียวห่มเขียวมาทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า

ข้าจึงอยากเปรียบเปรยเขาเป็นดั่งพวกตั๊กแตน

ตั๊กแตนเกิดในฤดูใบไม้ผลิ และสิ้นสุดในฤดูใบไม้ร่วง

พวกมันจึงไม่เคยได้พบเจอฤดูหนาวเลย

คนแปลกหน้าคนนั้นอาจมาจากแดนไกลที่แทบจะไม่มีฤดูหนาว

ถ้าบอกเขาว่า ปีหนึ่งมีสามฤดู เขาก็จะพอใจ

แต่ถ้าบอกเขาว่าโลกนี้มีสี่ฤดู คงต้องทะเลาะโต้เถียงกันไม่จบไม่สิ้น

แม้พระอาทิตย์จะตกดินไปแล้วก็ยังจะหาบทสรุปไม่ได้

การที่เจ้ายอมคำนับเขาไปสามครั้ง เสียเปรียบหน่อยแต่ก็ไม่ถึงกับเสียหายมาก เรื่องจะได้จบกันเสียที

จงอย่าเสียเวลาไปโต้เถียงกับคนพวกนี้ให้เสียอารมณ์โดยใช่เหตุ”

เพื่อนๆหลายคนที่เคยอ่านเรื่องนี้แล้ว ก็มักจะกลับมาเล่าให้ฟังว่า

เมื่อก่อนเจอคนที่ไม่ยอมคุยด้วยเหตุผล หรือเอาแต่ความคิดตนเองเป็นใหญ่

ก็จะโกรธ อารมณ์เสีย อยากเถียงให้มันรู้ดำรู้แดงไปเลย

แต่เดี๋ยวนี้เลิกอารมณ์ขุ่นมัวกับคนพวกนี้แล้ว

เพราะคิดได้ว่าคนพวกนี้เป็นแค่ “คนสามฤดู” จิตใจก็จะสบายขึ้น

“คนสามฤดู” จะยืนกรานว่าตนมีเหตุผล รู้จริงและถูกต้องเสมอ ยากที่จะยอมรับความคิดเห็นคนอื่น

นั่นเพราะพวกเขาไม่เคยพบเจอความจริงที่บ่งบอกถึงความเข้าใจผิดของพวกเขา

หรืออาจเพราะความดื้อรั้นในตัวเขา เพราะฉะนั้น

หากเรามัวแต่เสียอารมณ์ไปโกรธคนพวกนี้ ก็เท่ากับเรากำลังทำร้-ายตัวเราเอง

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

ถ้าเจอคนสามฤดู”

ไม่แย่งชิง คือ ความสงบ

ไม่โต้เถียง คือ ความชาญฉลาด

ให้อภัย คือ การหลุดพ้น

ยุติให้เป็น คือ การปล่อยวาง

โลกเรานั้นมี “คนสามฤดู” เยอะแยะไปหมด

จงจำนิทานเรื่องนี้ให้ดี

แล้วนำออกมาใช้ในจังหวะที่จำเป็น

มีประโยชน์ต่อคุณแน่นอน

ขอขอบคุณ : www.facebook.com/Flintlibrary
Load More Related Articles
Load More By beaminess
Load More In ข้อคิด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Check Also

คำว่า “ไว้ใจ” ไม่ใช่เรื่องตลก หากมัน ท ล า ย ลงแล้ว ต่อให้สร้างใหม่ ก็ไม่เหมือนเดิม

คำว่า “ไว้ใจ” ไม่ใช่เรื่องตลก หากมัน ท ล า ย ลงแล้ว ต่อให้สร้างใหม่ ก็ไม่เหมือ…